Review Projector Epson EB-S04

EPSON PROJECTOR รุ่น EB-S04 เป็นรุ่นน้องสุดท้องของกลุ่ม Smart Serie ครับ แต่บอกก่อนเลยว่าประสิทธิภาพของตัวเครื่องนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียวครับ รุ่นนี้มีความสว่างสูงถึง 3,000 Ansi Lumen ครับ มีความละเอียดอยู่ที่ 800×600 (SVGA) และมีค่าคอนทราส (Contrast) 15,000:1 อายุการใช้งานหลอดภาพสูงถึง 5,000 ในโหมดปกติ 10,000 ชั่วโมงในโหมดประหยัด(ECO) เรามาดูรูปภาพของเจ้าตัวนี้กันดีกว่าครับว่าหน้าตาจะเป็นแบบไหน

เครื่องรุ่นนี้สามารถเลือกนำไปใช้งานได้ หลากหลายแบบ อย่างเช่น งานประชุม งานนำเสนอ หรือว่า ใช้ดู TV รวมไปถึงความบันเทิง ร้องคาราโอเกะ ฯลฯ ที่สำคัญการบริการหลังการขายของ EPSON นั้น ยังดีไม่มีที่ติ อีกด้วยครับผม จึงทำให้ผู้ซื้อสบายใจได้ว่า ถ้าเครื่องที่ซื้อไปใช้ มีศูนย์บริการรองรับมากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศไทย ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สบายใจได้ครับ

รุ่นนี้มีช่องเชื่อมต่อสัญญาณมากมาย อาทิเช่น HDMI Port ที่รองรับการใช้งานแบบ ดิจิตอล จึงทำให้การชมภาพยนตร์มีอรรถรส มากขึ้น และใช้ได้ดีในการ Presentaion อีกด้วย และต่อมาด้วย VGA Port ที่สามารถเชื่อมต่อได้กับ Notebook และ AV Port ใช้ต่อกับเครื่องเล่น Blu-Ray , DVD Player สำหรับ ดูหนัง ร้องคาราโอเกะ นั่นเองคับ ยังไม่หมด ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าเครื่องนี้ ยังรองรับการใช้งานไร้สาย (WIFI) อย่าตะลึงครับ สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง SmartPhone และ NoteBook โดยการใช้อุปกรณ์เสริม นั่นคือ USB Wireless เหมาะสำหรับใช้งานนำเสนอ ที่ไม่สะดวกใช้สายสัญญาณที่ยาวทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อสายสัญญาณต่างๆนั่นเองครับ

สนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์ได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector ACER P1287

วันนี้ผมมีเครื่องโปรเจคเตอร์ ที่เหมาะสำหรับห้องประชุมขนาดใหญ่ และรองรับจอรับภาพขนาดใหญ่ๆ กันเลยทีเดียวครับ เป็นของค่ายสีเขียว คือสินค้าจากแบรนด์ เอเซอร์ (ACER) นั่นเองครับ สำหรับใครที่เป็นสาวกของแบรนด์ชั้นนำนี้อยู่ล่ะก็ ท่านมาหาข้อมูลถูกที่แล้วล่ะครับ แต่สำหรับท่านที่ไม่ค่อยชื่นชอบ หรือไม่เคยได้ยินของชื่อเสียงแบรนด์นี้ ท่านอย่าเพิ่งหนี ลองรับฟังความสามารถของเจ้าเครื่องนี้ดูซะก่อนว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้างครับ ไม่แน่หลังจากคุณอ่านบทความนี้แล้ว คุณอาจจะหลงรักหรือชื่นชอบก็อาจจะเป็นได้นะครับ

 

ผมขอนำเสนอ PROJECTOR ACER รุ่น P1287 นั่นเองครับท่าน

 

 

เรามาดูกันว่า เจ้าเครื่องนี้มันมีดีอย่างไร ขอเริ่มต้นด้วยจุดเด่น ของเจ้าตัวนี้เลยนะครับ

 

Expressive display (คุณลักษณะของการแสดงผล)

High brightness, High contrast ratio ความสว่างที่สูงนั้น มีความสามารถ ในการใช้งานได้มากกว่าเครื่องที่มีความสว่างน้อย เช่น สามารถฉายให้ห้องที่ มีแสงรบกวนเยอะได้ และ จอรับภาพขนาดใหญ่ แม้กระทั่ง ห้องประชุมที่มีหน้าต่างเยอะ แถมยังไม่มีผ้าม่านอีกด้วย ทำให้แสงผ่านเข้ามานั้น รบกวนการนำเสนอของท่าน ทำให้เกิดปัญหา ต่างๆนานา ตามมา เจ้าตัวนี้ความสว่างสูงถึง 4200 ANSI LUMENถือว่าเหมาะสำหรับจอตั้งแต่ 70” – 120” เป็นต้น และด้วยค่า CONTRAST ที่สูงถึง 17,000 : 1 เลยทำให้ไม่มีปัญหาด้านความคมชัดของตัวหนังสือในการนำเสนอ

 

DynamicBlack™

ตัวโปรเจคเตอร์นี้ยังมี เทคโนโลยี DynamicBlack ที่ช่วยเพิ่มความคมชัดของภาพโดยใช้หลอดไฟปรับกำลังแบบไดนามิกเพื่อวิเคราะห์เนื้อหาให้ตัวหนังสือชัดเจน คมชัด เวลานำเสนอครับ

 

 

รูปภาพ จำลองการใช้งานผ่านห้องประชุมที่มีแสงรบกวนเยอะ
 

Acer ColorSafe II technology

ด้วยเทคโนโลยี Acer Color Safe ll จึงทำให้สีสันนั้นดูสดขึ้น ไม่แพ้กับ เทคโนโลยีอื่นเลยครับ ลองเทียบดูจากภาพได้เลยว่าสีนั้นดูสดขึ้นจริงๆ !!! จึงทำให้ท่านที่จะนำเสนอไฟล์ VDO นั้น ดูดีขึ้นไม่จำเป็นต้องกังวลว่าสีนั้นจะไม่สด ไม่สวยครับ และมาต่อกันที่ Feature ต่อไปอีกครับ แหม่ๆ Option ช่างเยอะซะเหลือเกินนะครับ อิอิ

 

 

รูปภาพเปรียบเทียบระหว่างระบบ DLP ธรรมดา กับ ใช้โหมด ColorSafe ll เข้ามาช่วย
 

Acer ColorBoost II + technology

เทคโนโลยีนี้จะคล้ายกับ ColorSafe ll แต่จะเป็นส่วนประกอบภายในตัวเครื่องเป็นส่วนใหญ่ครับ ตัวนี้จะพัฒนาด้าน วงล้อสี โดยการใส่เทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า ColorBoost ll เข้าไปช่วยในการปรับเปลี่ยนสีได้มากขึ้น จึงทำให้มีสีสันที่สวยมากขึ้นครับ

 

 

3D ColorBoost

ปกติเวลาเราดูหนัง 3D ความสว่างของตัวหนังจะถูกลดลงไปประมาณ 40% รวมถึงสีของตัวหนังเองก็ด้วยครับ จึงทำให้เราต้องดูได้แต่ในห้องมืด 100% เสมือนโรงภาพยนตร์น่ะครับ เทคโนโลยีนี้ช่วยเสริมในส่วนของสีของตัวหนัง เวลาเราเปิดโหมด 3D ภาพจะสดสวยขึ้นและดึงดูดตามากขึ้นครับ บอกแล้ว ของเค้าดีจริงๆ

 

 

Enjoy the 3D experience: DLP ® 3D Ready

 

 

การใช้โหมด 3D นั้น ก็สามารถใช้ได้กับอุปรณ์หลายๆ อย่างเช่น เกมส์ เครื่องเล่น Blu-Ray เป็นต้น แต่อย่าลืมใส่แว่นกันด้วยนะครับแว่นตานั้นก็มีให้เลือกกันด้วย ถึง 2 สี กันเลยทีเดียว (ขาว/ดำ) แถมดีไซน์ ยังล้ำหน้ายิ่งกว่าใคร เรียว เบา สวย คุณภาพก็ดีอีกต่างหาก แบบนี้พลาดไม่ได้แล้วนะครับ

 

 

รูปสินค้าตัวอย่าง และ ช่องพอร์ตสำหรับการเชื่อมต่อต่างๆ
 

และสุดท้ายส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดอีกอย่างเวลาคุณๆ เลือกซื้อเครื่องโปรเจคเตอร์ นั่นคือพอร์ตการเชื่อมต่อครับพี่น้อง พอร์ตเชื่อมต่อแต่ละช่องสามารถบ่งบอก ถึงคุณภาพของเครื่องฉายแต่ละรุ่นเลยก็ว่าได้นะครับ เช่น ที่นิยมใช้เป็นอย่างมากคือ VGA หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Computer Port // D-Sub 15 pin ก็แล้วแต่จะเรียกกันนะครับ มีถึง 2 ช่องนะคับ แล้วยังมีช่องสำหรับ Out พื่อออกไปยังเครื่องโปรเจคเตอร์ตัวอื่นได้อีกด้วย ขาดไม่ได้เลยกับ HDMI Port 1 ช่องที่นิยมใช้เป็นอย่างมาก คุณภาพระบบดิจิตอล กันเลยทีเดียว และอื่นๆ ที่ยังคงความดั้งเดิมไว้ไม่เปลี่ยนแปลง คือ S-Video // RCA หรือที่เรียกกันติดปากคือ AV (เหลือง) และยังมี Audio in – out เพื่อทางเลือกอื่นของเสียงครับ

 

ด้านบนตัวเครื่องจะมีปุ่มกดดังรูปภาพด้านบนไว้สำหรับในกรณี รีโมทหายก็ยังสามารถคอนโทรลได้ครับ ระบบซูมและโฟกัสภาพ เป็นระบบ Manual ควบคุมด้วยมือ เลนส์ลื่นโฟกัสง่ายมากๆครับ ตัวผมได้ไปลองสัมผัสมาแล้วครับ บอกเลยว่า เจ๋งมากๆ ครับ ถ้าไม่เจ๋งจริง กระผมไม่กล้านำมาเสนอแน่นอนครับ ส่วนใครที่อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม เชิญตามมาได้ที่ https://projectorpro.in.th

Review Projector Benq MW529

Review Projector Benq MW529 ดีจนต้องบอกต่อ

เป็นรุ่น น้องใหม่มาแรง สำหรับแบรนด์ดังชั้นนำที่มีนามว่า BENQ (เบ็นคิว) นั่นเองครับ สำหรับรุ่นนี้ นอกจากมีรูปทรงตัวเครื่องที่สวยงามเป็นเอกลักษ์ไม่เหมือนใคร และ ยังแฝงมาด้วยความละเอียดระดับ HD กันเลยทีเดียวล่ะครับ นั่นหมายความว่า เจ้าตัวนี้ยังสามารถนำไปใช้ เพื่อเพิ่มความบันเทิงให้ท่านผู้ใช้ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ ด้วยความละเอียดสูงถึง 1280 X 800(WXGA) หรือที่เรียกกันว่า HD READYที่มีสเกลภาพอยู่ที่ 16:9 (Wide-Screen) นั่นเองครับ

 

ต้องขอกราบขอบพระคุณทาง BENQ ที่ได้ผลิตสินค้าที่ดี มีคุณภาพ ออกมาให้เราได้ใช้งานกันอย่างมีประสิทธิภาพและมีรอยยิ้มครับ

 

เอาล่ะถ้าพร้อมแล้วเรามาดูข้อมูลเจ้าเครื่องนี้กันดีกว่าครับ ว่ามีอะไรดีๆ เด็ดๆ ซ่อนอยู่ภายในบ้างครับ เรามาเริ่มที่หัวใจของเจ้า Projector BenQ MW529 กันเลยครับ ตัวนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี DLP ที่ให้ความสว่างและความคมชัดสูงและนวัตกรรมใหม่ที่ทุกคนรอคอยกับ NEW 3D ที่ให้มิติภาพที่สูงกว่าเดิม สวยกว่าเดิม ได้อารมณ์กว่าเดิม นั่นเองล่ะครับ รวมไปถึงหนังที่ใช้คุณภาพสูงถึง 3D – Full HD นั่นก็สามารถนำมาใช้งานกับเครื่องนี้ได้เลยล่ะครับ

 

เป็นยังไงกันบ้างล่ะครับ จากที่ฟังมาแค่นี้ก็ทำให้อยากเห็นตัวเครื่องแล้วสินะ ขอบอกก่อนเลยว่าสวยงามมากกกก ใครเห็นแล้วจะหลงรักเลยล่ะครับ

 

รูปด้านหน้า PROJECTOR BENQ MW529

 

จากรูป จะเป็นด้านหน้าของตัวเครื่องนะครับ เป็นไงล่ะสีขาวนวลใส งดงามซะไม่มี !! การออกแบบมาแนวนี้ถือว่ายังคงให้เกียรติ ต้นฉบับ Model จากที่เคยออกแบบมาก่อนหน้านี้ (รุ่นเก่า) ยังคงไว้ในรูปแบบกะทัดรัด น้ำหนักเบามาก ถ้าเทียบกับแบรนด์ คู่แข่ง !! มาดูสเปคกันบ้างดีกว่าครับ ว่าแต่ใครชอบสเปคแบบไหนกันบ้างนะ อยากรู้จริงๆ อวบ ขาว ใหญ่ๆ หรือว่า ผอม เล็ก หุ่นดี และดำ ฮ่าๆๆๆๆ เจ้าตัวนี้สามารถใช้ได้กับอุปกรณ์แทบจะทุกอย่างบนโลก ณ ปัจจุบัน ด้วยพอร์ต HDMI ที่ใครๆก็มีผมพูดถูกมั้ยครับ และยังมีอีก เยอะมากจนอธิบายไม่ถูก ให้ดูรูปเลยดีกว่าครับ

 

รูปด้านหลัง PROJECTOR BENQ MW529

 

เอาล่ะครับ มาเริ่มกันที่ HDMI พอร์ตที่ใช้งานได้ง่ายมากๆ และคุณภาพสูงที่สุด แล้วยังมาทั้งภาพและเสียงพร้อมๆกันเลยทำให้ผู้ใช้งานนิยมใช้เป็นส่วนใหญ่ , D-SUB – IN(Computer)Port หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า VGA มีให้ใช้งาน 2 ช่องกันเลยทีเดียวหรือจะพูดว่าสามารถใช้งาน 2 User ก็ได้คับ แต่ไม่สามารถใช้พร้อมกันได้ อย่าลืม! มีเข้าก็ต้องมีออก , D-SUB – OUT(Computer) Port หรือ VGA ออกนั่นเองครับ มี 1 ช่องให้ใช้งานครับ มาต่อกันที่ AV Port ตัวนี้ยังมีผู้ใช้งานอยู่เหมือนกันนะครับ แต่คุณภาพสัญญาณไม่ดีเท่า HDMI กับ VGA ครับ มาต่อกันที่ Audio In-Out มีให้ใช้งานครบทุกอย่างตามที่ลูกค้าต้องการเลยล่ะครับ ส่วนที่เห็น 2 ช่องฝั่งขวาสุด จะใช้สำหรับงาน Service เท่านั้นนะครับ

 

BenQ SmartEco Technology

เรามาดูเทคโนโลยีอื่นๆ กันบ้างดีกว่านะครับ ว่ามีอะไรใหม่บ้าง อันดับแรกแนะนำเลยครับ กับ BenQ SmartEco Technology ทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น ด้วยระบบการประหยัดพลังงานแบบไดนามิก เพิ่มความสว่างสูงขึ้นแต่คงไว้ซึ่งการประหยัดพลังงานเหมือนเดิม จะใช้งานที่บ้านหรือบริษัทของคุณ ก็สามารถที่จะประหยัดพลังงานได้สูงถึง 70% ของการใช้งานของหลอดภาพ และยังประหยัดค่าจ่ายในการเปลี่ยนหลอดภาพใหม่อีกด้วยครับ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ช่วยทำให้ลูกค้าสามารถรับชมภาพยนตร์ที่มีความคมชัด และสีสันสวยสดใส ได้อย่างดีเลยล่ะครับ เรามีภาพมาให้ดูเพื่อเปรียบเทียบด้วยครับ ตามรูปด้านล่างนี้เลยครับ

 

โหมดปกติ ใช้พลังงาน 270W โดยเฉลี่ย แต่โหมด SmartEcoเพิ่มรายละเอียดในแสงมืด ใช้พลังงานเพียง 220W โดยเฉลี่ย

 

DLP BrilliantColor™

มาต่อกันด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนำหน้าไปไกลกับ DLP BrilliantColor™ ที่ให้แสงสี ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น กับ วงล้อสีที่มีมากถึง 6 สีกันเลยทีเดียว และชัดเจนยิ่งขึ้นในโหมดภาพ sRGB ครับ มีภาพประกอบด้านล่าง

 

 

สุดยอดภาพคมชัดสบายตาเหมือนการอ่านหนังสือจริง

ด้วยเทคโนโลยี DLP ทำให้มีความละเอียดในแต่ละพิกเซลของภาพนั้นสูงมาก ซึ่งจะทำให้เส้นขอบดำทึบที่กระจายอยู่รอบๆภาพแต่ละภาพหายไป นอกจากนั้นยังทำให้มีความคมชัดสูงอีกด้วย จึงทำให้งาน Presentation ออกมาได้สมบูรณ์แบบตามที่เราต้องการ แม้กระทั่งข้อความที่มีขนาดเล็ก ลายเส้นบางๆ และรายละเอียดในฉากมืดๆ นั่นเองล่ะครับ

 

 

Spec Projector BenQ MW529

Projection System : 3D DLP
Brightness : 3,300 Ansi Lumens
Native Resolution : WXGA (1280 x 800)
Contrast Ratio : 13,000:1
Display Color : 1.07 Billion Colors
Aspect Ratio : Native 16:10 (5 aspect ratio selectable)
Lamp Mode (Normal/Eco/SmartEco/LampSave) : 4,500/6,000/6,500/10,000 Hours
Resolution Support : VGA(640 x 480) to WUXGA_RB(1920X1200)
Weight : 1.9kg

Interface ช่องเชื่อมต่อสัญญาณต่างๆ
Computer in (D-sub 15pin) x 2 (Share with component)
Monitor out (D-sub 15pin) x 1
Composite Video in (RCA) x 1
S-Video in (Mini DIN 4pin) x 1
HDMI x 1
Audio in (Mini Jack) x 1
Audio out (Mini Jack) x 1
Speaker 2W x 1
USB (Type mini B) x 1
RS232 (DB-9pin) x 1
IR Receiver x1 (Front)

สนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์เบ็นคิวได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector EPSON EB-X36

REVIEW Projector EPSON EB-X36 ครบเครื่องสำหรับใช้ในออฟฟิศ

ถ้าพูดถึงโปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานในออฟฟิศ สำนักงาน หรือบริษัทต่างๆ หลายคนก็จะนึกถึง Epson ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยม และส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดในไทยมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว

 

ตอนนี้ Epson ได้เปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ EB-X36 ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถใช้กับทั้งพีซีและเครื่องMac รวมถึงยังรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPad หรือแม้แต่ Apple TV ได้อีกด้วย

 

 

ดีไซน์และการออกแบบ

โปรเจคเตอร์ Epson EB-X36 ถือเป็นรุ่นท็อปในระดับใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชัน แต่ขนาดของเครื่องไม่ได้ใหญ่ตามไปด้วย โดยมีความกว้างยาวอยู่ที่ 269 x 297 มิลลิเมตร และหนาเพียง 87 มิลลิเมตร ด้านหน้าของเครื่อง มีการออกแบบให้ช่องระบายความร้อนอยู่ด้านหน้าเครื่อง ทำให้เวลาใช้งานถ้าวางกลางโต๊ะ จะไม่ทำให้คนที่ทำงานด้านข้างรู้สึกร้อนไปด้วยแบบเครื่องยี่ห้ออื่น

 

 

ด้านบน เป็นแผงควบคุม มีปุ่มเปิดปิดเครื่อง, เพิ่มลดเสียง, เข้าเมนู, ปรับการใช้งานต่างๆ, ช่องเตือนระบบจอภาพและอุณหภูมิของเครื่องและรุ่นใหม่ที่ออกมายังมีปุ่ม HOME ที่สามารถควบคุมการทำงานต่างๆได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ

 

 

ด้านล่าง พร้อมขาตั้งในตัวทั้งด้านหน้าและด้านหลังมุมซ้ายขวาสามารถปรับเอียงซ้ายขวาได้ตามใจท่านชอบเลยครับ

 

 

ด้านหลังเป็นแผงเชื่อมต่อซึ่งมีหลายช่องทางมากๆ

• HDMI 1 พอร์ต
• VGA 1 พอร์ต
• S-Video
• ช่องต่อแบบ AV 1 ชุด , พร้อม Audio ขาว-แดง
• ช่อง USB – B 1 พอร์ต
• รองรับ USB 1 พอร์ต
ส่วนกลมๆ ที่เห็นด้านขวาสุดจะเป็นเซ็นเซอร์ ตัวรับสัญญาณรีโมทครับ

 

USB Wireless LAN Adapter

รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ โดยต้องใช้อุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อผ่านช่อง USB Wireless LAN Adapter ELPAP10

 

เมื่อเปิดไฟล์นำเสนองานอย่าง Keynote ก็แสดงผลได้เป็นปกติ ตัวหนังสืออ่านได้คมชัด คืออัตราความคมชัด (Contrast Ratio) มากถึงระดับ 15,000 : 1 และให้แสงได้ในระดับ 3600 lumen คือปรับสว่างจนแสบตาได้เลย Colour Brightness หรือค่าความว่างของสีเป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่เวลาซื้อโปรเจ็คเตอร์ควรต้องดู ค่าความสว่างจะมีหน่วยเป็น

 

“ลูเมนส์” (Lumens) ยิ่งมีค่ามากยิ่งทําให้ภาพที่ออกมามีความคมชัดมาก ซึ่งโปรเจคเตอร์ EPSON EB-X36 จะมีค่าความสว่างของสีมากถึง 3,600 ลูแมนส์ จะเห็นว่าภาพที่ออกมาบนจอ นอกจากแสงที่สว่างแล้วยังมีสีที่ทําให้ภาพออกมาชัดเจน ลองเปิดคลิปบน YouTube ก็ให้ภาพสีสันจัดจ้าน เห็นการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นด้วย

 

 

ข้อดีอย่างหนึ่งคือมีการ Built-in ลำโพงมาให้ภายในเครื่องด้วย เราสามารถตั้งเปิดเสียงผ่านทางเครื่องโปรเจคเตอร์ได้เลย โดยไม่ต้องใช้ลำโพง ซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อใช้ต่อกับอุปกรณ์ที่ไม่มีลำโพงอย่างเช่น Apple TV สามารถปรับระดับความดังของลำโพงได้ด้วย โดยลองปรับให้ดังระดับสูงสุดก็ได้เสียงที่ดังมากๆ ดังไปถึงห้องข้างๆ และเสียงก็ไม่แตก แต่ถ้าใช้งานทั่วไปแค่ระดับ 4-6 ก็พอแล้ว ทดลองใช้ต่อกับ Apple TV ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ผ่านทาง HDMI ได้เลย นอกจากจะได้ภาพขึ้นจอแล้ว ยังได้เสียงออกมาทางลำโพงของเครื่องโปรเจคเตอร์อีกด้วย ทดลองใช้ดูคลิปกีฬาที่เคลื่อนไหวเร็วๆ ก็ไม่มีอาการกระตุกแต่อย่างใด ในคุณภาพไฟล์ระดับ 1080p แต่สีที่ได้ค่อนข้างสดไปหน่อย สามารถไปปรับได้ในค่าโหมดสีภาพ

 

ภาพตัวอักษรที่ได้บนจออ่านได้ง่ายดี อันนี้ต้องยอมรับว่าหลอดภาพให้ความคมชัดสูงมากจริงๆ การปรับภาพทำได้หลายโหมด รวมถึงปรับความสว่าง, ความคม, Contrast, ค่าสีและอีกหลายค่าการแสดงผล

 

รุ่น EB-X36 นี้มาพร้อมช่องเสียบ USB ทำให้เราสามารถเสียบ Thumbdrive หรือ External Harddisk มาที่เครื่องได้ เมื่อปรับไปโหมด USB จะแสดงรายชื่อไฟล์ต่างๆ ขึ้นมาบนจอ รองรับไฟล์ภาพ JPEG, BMP, PNG หรือ GIF สามารถเปิดเป็น Slideshow ทั้ง Folder เลยก็ได้

 

ถ้าเราฉายภาพบนจออยู่แล้วอยากหยุดแสดงภาพชั่วคราว ก็มีระบบ A / V Mute คือแค่กดปุ่มบนรีโมท หรือปิดตัวเลื่อนที่อยู่ตรงเครื่องเข้ามา เครื่องก็จะทำการพักหน้าจอและปิดเสียงโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเอากระดาษหรืออะไรมาบังแสงอีกต่อไป

 

วางเครื่องไว้ด้านข้าง ก็ยังปรับภาพแสดงผลได้ปกติ

ปัญหาของการใช้โปรเจคเตอร์ในออฟฟิศอย่างหนึ่ง คือบางครั้งเราจำเป็นต้องวางตัวเครื่องในมุมด้านข้างของจอ ซึ่งปกติแล้วก็จะได้ภาพที่เอียงและเบี้ยวเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู

 

โปรเจคเตอร์ EB-X36 นี้เครื่องจะปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมูโดยอัตโนมัติ เราไม่จำเป็นต้องปรับภาพเองด้วยมือให้ยุ่งยากเลยด้วย ทำให้ไม่เสียจังหวะในการนำเสนองาน หากต้องมีการเปลี่ยนมุมของเครื่อง

 

เชื่อมต่อผ่านระบบไร้สาย รองรับ iPhone, iPad และ Android

 

ความสามารถหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ของรุ่น EB-X36 นี้คือการสามารถฉายภาพแบบไร้สายผ่านทาง Wifi ได้ โดยเราสามารถแชร์หน้าจอผ่านทางโปรแกรมที่ชื่อ EasyMP Network Projection ซึ่งมีทั้งเวอร์ชันบน Mac และ PC Windows (แถมมากับ CD ในเครื่อง หรือโหลดจากเว็บ Epson ได้)

 

การใช้งานเริ่มจากเสียบอุปกรณ์เสริม ตัวรับสัญญาณ Wifi เข้าทางช่อง USB จากนั้นเปิดโปรแกรม EasyMP Network Projection ขึ้นมา เครื่องก็จะมองหาโปรเจคเตอร์โดยอัตโนมัติ และเราสามารถแชร์ภาพขึ้นจอได้เลย โดยไม่ต้องเสียบสายแต่อย่างใด สะดวกมากๆ การแสดงผลผ่านทาง Wifi จะสามารถควบคุมผ่านแผง Control บนหน้าจอ เช่นหยุดพักภาพชั่วคราวได้ สามารถซ่อนแผงควบคุมนี้ได้เช่นกัน นอกจากแชร์หน้าจอผ่านทางคอมพิวเตอร์แล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ทั้ง iOS และ Android ขึ้นไปบนจอใหญ่ได้ด้วย โดยจะใช้งานผ่านแอพที่ชื่อ iProjection application ซึ่งสามารถโหลดได้ฟรีเลย

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

• หลอดภาพ มีอายุการใช้งานทนทาน โหมดปกติได้ 5,000 ชั่วโมง โหมดประหยัดได้นาน 10,000 ชั่วโมง
• หลอดภาพมีราคา 3,750 บาท ซึ่งก็ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ และอายุการใช้งานก็นานกว่า
• มีระบบมัลติสกรีน (Multi Screen) สามารถแสดงภาพบนจอโปรเจคเตอร์ได้สูงถึง 2 หน้าจอ
• ใช้ระบบ A/V Mute Lens Shutter ช่วยประหยัดไฟได้ถึง 70%
• การเปลี่ยนหลอดฉายภาพ สามารถถอดเปลี่ยนได้เลยโดยไม่ต้องถอดตัวเครื่องออกจากที่ เช่นเมื่อแขวนบนเพดานเหมือนโปรเจคเตอร์ทั่วไป

สรุป

จากการทดลองใช้งานโปรเจคเตอร์ Epson รุ่น EB-X36 ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์ที่รองรับการใช้งานครบเครื่อง ทั้งการเชื่อมต่อจากคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์อย่าง Apple TV หรือแม้แต่การแสดงผลผ่าน iPhone, iPad รวมถึงอุปกรณ์ Android

 

อย่างไรก็ดีการใช้งานยังมีข้อจำกัดบ้าง ในเรื่องของการแสดงผลจากสมาร์ทโฟน เนื่องจากแอพ iProjection ไม่รองรับการเปิดไฟล์วิดีโอได้ รวมถึงการติดตั้งก็ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อให้เครื่องเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ อย่างไรก็ดีการเปิดไฟล์เอกสารอย่าง PDF, Word, Excel, Power Point หรือ iWork ก็ทำได้ดี และสะดวกทีเดียว

 

โดยสรุปแล้วโปรเจคเตอร์ Epson EB-X36 มีจุดเด่นที่ตัวเครื่องขนาดเล็ก มีความคมชัดที่สูงมาก นอกจากนั้นยังปรับภาพได้หลากหลาย ปรับภาพในมุมเอียงได้อัตโนมัติ รองรับการเชื่อมต่อจากหลายช่องทาง ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานในออฟฟิศที่ครบเครื่องทีเดียว
สั่งซื้อโปรเจคเตอร์ได้ที่ https://projectorpro.in.th